โคลอสเซียม (Colosseum) ได้รับเลือกให้เป็น 1 ในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่
ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม ประเทศอิตาลี
เป็นสถานที่แสดงกีฬา ประลองฝีมือ ในเชิงฟันดาบของบรรดาเหล่าทาสให้ต่อสู้กันเอง และบรรดาเหล่านักโทษ ให้ต่อสู้กับสิงโตที่อดอาหาร ยิ่งถ้าต่อสู้กันจนสามารถฆ่าคู่ต่อสู้ตาย ก็จะได้รับเกียรติอย่างสูง เพราะเป็นการต่อสู้ที่ชาวโรมันนิยมและยกย่องกันมาก ปีๆ หนึ่งต้องสูญเสียชีวิตนักโทษและทาสไม่ต่ำกว่าร้อยคน โคลอสเซียมเปิดเมื่อ ค.ศ. 80 มีการแสดงการต่อสู้อยู่ 100 วัน มีคริสเตียนและสัตว์ป่าตายไปมากมาย จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหวในสมัยกลาง โคลอสเซี่ยมเกิดความเสียหายและปิดใช้ในที่สุด
ก่อนเข้าต้องผ่านประตูชัยคอนสแตนติน สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ
ที่มาของ “ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม” ซึ่งเป็นต้นแบบของประตูชัยที่ ฝรั่งเศษ
โคลอสเซียม (Colosseum) เกิดขึ้นมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจของเวสปาเรียน จักรพรรดิโรม พระองค์เริ่มครองราชย์ในปี ค.ศ. 69 และด้วยความต้องการที่จะหล่อหลอมราชวงศ์ขึ้นใหม่สำหรับตระกูลของพระองค์ จึงริเริ่มโครงการก่อสร้างขนาดมหึมาขึ้น โดยโคลอสเซียมเป็นส่วนหนึ่งในนั้น
และนี่ทำให้โคลอสเซียมเป็นสนามกีฬาของโรมที่ใหญ่ที่สุดและแพงที่สุด เท่าที่มีการสร้างขึ้น ด้วยทรัพย์สินตั้งแต่โต๊ะไปจนถึงเชิงเทียนทองคำแท้ที่โรมปล้นมาจากการยึดพระวิหารที่เยรูซาเลม มันจุผู้คนได้ราว 55,000 คน และสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 80 เพื่อใช้แทนสนามกีฬาไม้ซึ่งถูกเผาไปในรัชสมัยของ จักรพรรดิเนโร
โคลอสเซียม ภาษาละติน แปลว่า มหึมา
ด้วยเทคนิคการสร้างชั้นเลิศของโรมที่ใช้คอนกรีตที่ทำมาจากทรายภูเขาไฟเท่านั้น จึงทำให้ สามารถสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่โตซึ่งสูงถึง 160 ฟุตนี้ได้สำเร็จ เพราะมันช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กลายเป็นวัสดุพิเศษและสามารถแข็งตัวได้ แม้กระทั่งในน้ำ
แม้จะมีขนาดใหญ่และจุคนได้มากมายขนาดนั้น แต่ด้วยโถงทางเดินและบันไดซึ่งนำไปสู่ทางเข้า 76 ช่องทางก็สามารถทำให้ผู้ชม 55,000 คน ไปสู่ที่นั่งของตนได้ภายในเวลาไม่กี่นาที ยังไม่รวมทางเดินใต้ดินที่เหมือนกับเขาวงกต ห้องโถงต่างๆ ที่มีไว้ สำหรับขังนักโทษ สิงโต เตรียม นักสู้ และสัตว์ป่าให้พร้อม เมื่อพร้อมเวทีที่ยกขึ้นด้วยรอกเพื่อปิดบังประตูกลบนพื้นสังเวียน ที่ช่วยความตื่นเต้นให้กับผู้ชม




