ระฆังเสรีภาพ ภาษาไทยเรียกกันไปหลายอย่างบางคนก็บอกว่าเสรีภาพ บางคนก็อิสรภาพ (Liberty Bell) เพราะ Liberty สามารถที่จะแปลออกได้หลายความหมาย
ระฆังแห่งเสรีภาพซึ่งเป็นสิ่งที่ประกาศกำเนิดของประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2319 ระฆังเก่าแก่ที่งามสง่าใบนี้มีขอบกว้างขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 12 ฟุต และหนักกว่าหนึ่งตัน บนระฆังมีอักษรจารึกไว้ว่า “ขอให้เสรีภาพจงมีแด่คนทุกคนที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินนี้”
หอแห่งอิสรภาพ (Independence Hall) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย อันเป็นสถานที่ลงนามคำประกาศอิสรภาพ เป็นที่ตั้งของอนุสรณ์ซึ่งเป็นที่ หวงแหนมากที่สุดชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ นั่นคือ ระฆังแห่งเสรีภาพซึ่งเป็นสิ่งที่ประกาศกำเนิดของประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2319 ระฆังเก่าแก่ที่งามสง่าใบนี้มีขอบกว้างขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 12 ฟุต และหนักกว่าหนึ่งตัน บนระฆังมีอักษรจารึกไว้ว่า “ขอให้เสรีภาพจงมีแด่คนทุกคนที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินนี้” แม้ว่าระฆังแห่งเสรีภาพนี้จะมีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับความเป็นเอกราชของอเมริกาเช่นเดียวกับคำประกาศอิสรภาพ แต่ระฆังใบนี้ก็เหมือนกับชาวอเมริกันจำนวนมาก นั่นคือ เดินทางมาจากประเทศอื่น และไม่ได้เป็นที่รู้จักในชื่อที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเสมอไป
ใกล้ๆ กันนั้นยังมีโรงกษาปณ์ของประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย แน่หนามาก กล้องวงจรปิดรอบด้านทุกมุม
ในตอนแรก ระฆังใบนี้มีชื่อว่า “ระฆังแห่งสภามลรัฐเก่า” (Old Statehouse Bell) หรือ “ระฆังแห่งมณฑล” (Province Bell) ในปี พ.ศ. 2294 ผู้นำประชาชนในเมืองฟิลาเดลเฟีย ตัดสินใจที่จะก่อสร้างหอระฆัง บันไดทางขึ้นขนาดใหญ่ และระฆังที่งดงามใบหนึ่งสำหรับสภาของมลรัฐ พวกเขาต้องการมีระฆังที่งดงามเพื่อเฉลิมฉลองปีที่ 50 ของมณฑลเพนซิลเวนีย ดังนั้น พวกเขาจึงสั่งทำระฆังทองสัมฤทธิ์จากโรงหล่อระฆังแห่งหนึ่งที่กรุงลอนดอน ใบสั่งเขียนไว้ว่า “ขอให้ระฆังใบนี้ได้รับการหล่อโดยช่างฝีมือที่เก่งที่สุดและขอให้ตรวจสอบให้ดีก่อนส่งลงเรือมาอเมริกา”
ในปี พ.ศ. 2295 ระฆังใบใหม่ก็เดินทางมาถึงอย่างปลอดภัยจากประเทศอังกฤษ แต่เมื่อลองทดสอบด้วยการเอาค้อนมาตี ปรากฏว่าระฆังเกิดรอยร้าว เจ้าหน้าที่ของฟิลาเดลเฟียไม่ต้องการเสียเวลาส่งระฆังกลับไปซ่อมที่อังกฤษ จึงได้สั่งให้ช่างทำระฆังในเมืองซ่อมแซมรอยร้าวดังกล่าว ช่างต้องนำระฆังมาหล่อใหม่อีกสองครั้ง ระฆังจึงอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้
ในวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2319 ระฆังก็ดังขึ้นเพื่อประกาศถึงการยอมรับในคำประกาศอิสรภาพ พอถึงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2326 ระฆังก็ดังขึ้นอีกเพื่อประกาศก้องใน สันติภาพและเอกราชที่สหรัฐอเมริกาเพิ่งได้รับ
ระฆังแห่งเสรีภาพจะดังเหง่งหง่าง ทุกครั้งที่เป็นวันสำคัญของประเทศ เช่น การเลือกตั้งจอร์จ วอชิงตันเป็นประธานาธิบดีในปี พ.ศ. 2332, การเลือกตั้งจอห์น อดัมส์เป็นประธานาธิบดีในปี พ.ศ. 2340, อสัญกรรมของประธานาธิบดีวอชิงตัน ในปี พ.ศ. 2342 และการเลือกตั้งโทมัส เจฟเฟอร์สันเป็นประธานาธิบดีในปี พ.ศ. 2344 เมื่อถึงวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2369 ระฆังใบนี้ก็มีอายุเกือบสามในสี่ของศตวรรษ และในขณะนี้ ประเทศที่ระฆังใบนี้ได้ประกาศก้องถึงเอกราชก็มีอายุได้ 50 ปีแล้วและเต็มไปด้วยพลัง เสียงระฆังที่ดังในวันนั้นแฝงอารมณ์สนุกสนานอย่างแท้จริง และแล้ว ในวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2378 ในขณะที่มีการตีระฆังใบนี้ในงานศพของจอห์น มาร์แชลล์ หัวหน้าผู้พิพากษาศาลสูงสุดและหนึ่งในผู้ลงนามในคำประกาศอิสรภาพ ระฆังอันยิ่งใหญ่ใบนี้ก็เกิดร้าวขึ้น
ด้วยความกลัวว่ารอยร้าวจะทำลายระฆังประวัติศาสตร์ใบนี้ เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้นำระฆังลงมาจากหอคอย หลังจากนั้น ระฆังก็ได้รับการเรียกขานว่าระฆังแห่งเสรีภาพ ตั้งแต่นั้นมา ระฆังจึงมีไว้แสดงให้คนชมเท่านั้น แต่ไม่มีการตีระฆังอีกต่อไป ความจริงแล้ว ไม่มีใครที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันเคยได้ยินเสียงระฆังใบนี้ เนื่องจากระฆังไม่ได้มีโอกาสดังเหง่งหง่างอีกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2378 สำหรับรอยร้าวบนระฆังนั้น ได้มีการติดตั้งเครื่องมือที่เรียกว่า แมงมุม (spider) ไว้ภายในระฆังเพื่อป้องกันไม่ให้รอยร้าวขยายกว้างออกไป
เมื่อสองสามปีก่อน โรงหล่อระฆังที่ลอนดอนซึ่งเป็นผู้หล่อระฆังใบนี้ในตอนแรก ได้ยื่นข้อเสนอที่จะรับระฆังกลับไปหลอมและหล่อขึ้นมาใหม่โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายจากสหรัฐฯ ผู้ดูแลระฆังได้พิจารณาข้อเสนอนี้อย่างคร่ำเคร่งก่อนให้คำตอบ แล้วพวกเขาก็ตัดสินใจได้ ระฆังแห่งเสรีภาพที่มีรอยร้าวใบนี้คือสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของอเมริกา เช่นเดียวกับที่ริ้วรอยบนใบหน้าของมนุษย์เป็นเครื่องหมายของความเครียดและความเหนื่อยล้าที่เขาผ่านมา รอยร้าวบนระฆังแห่งเสรีภาพก็เป็นเครื่องเตือนใจชาวอเมริกันว่าบรรพบุรุษของพวกเขาไม่ได้เสรีภาพสำหรับประเทศและประชาชนมาโดยปราศจากความเครียดและเหนื่อยล้า ดังนั้น ในนามของประชาชนชาวอเมริกัน เจ้าหน้าที่ของฟิลาเดลเฟียจึงขอบคุณโรงหล่อที่ ลอนดอนสำหรับน้ำใจครั้งนี้ แต่ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวโดยบอกว่า “เรารักระฆังใบนี้ตามสภาพที่เป็นอยู่ ไม่ว่าจะมีรอยร้าวหรือชำรุดเช่นใด มันเป็นส่วนหนึ่งของมรดกของชาติที่สำคัญ”
เมืองเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย มีรถม้าให้นั่งกันด้วยนะครับ ชมเมือง








